เล็บ เป็นอวัยวะภายในร่างกายที่เราต้องใส่ใจดูแลให้ดี เพราะสามารถบ่งบอกถึงสุขภาพของเราได้ เมื่อเล็บแข็งแรง ไม่เปราะบาง หักง่าย ไม่เหลือง นั่นก็อาจหมายถึงเรามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดี สำหรับใครที่ประสบปัญหาเล็บไม่แข็งแรง ดูสุขภาพไม่ดี เราก็มี วิธีดูแลเล็บให้แข็งแรง มาฝาก หากทำเป็นประจำทุกวัน ปัญหาเล็บอ่อนแอที่เคยมีจะต้องดีขึ้นแน่นอน

จะหยิบจะจับ จะเกาอะไร เล็บและมือของเรา คือด่านหน้า หรือตัวเชื่อมต่อกับพวกเชื้อโรคต่างๆ เลยก็ว่าได้ ซึ่งถึงการที่มีเล็บที่ไม่สะอาด เหลือง ยังแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยของเจ้าตัว และอาจถูกมองเป็นคนสกปรกได้ แถมการดูแลเล็บที่ไม่ดี ยังอาจก่อให้เกิดปัญหาเล็บฉีกง่ายอีกด้วย ดังนั้นคงจะดีกว่าถ้าเราสามารถดูแล และรักษาเล็บของเราให้มีสุขภาพที่ดีได้อยู่เสมอๆ

ดูแล "เล็บ" ให้แข็งแรง

วิธีดูแลเล็บให้แข็งแรง

1. อย่าให้เล็บโดนน้ำบ่อย

หากเล็บของคุณโดนน้ำบ่อย ๆ หรือแช่น้ำนานเกินไป อาจทำให้เล็บอ่อนแอและเปราะหักง่าย ยิ่งหากเล็บโดนสารเคมีด้วยแล้ว ก็ยิ่งอ่อนแอง่ายขึ้นไปอีก ฉะนั้น หากทำได้ให้คุณสวมถุงมือเวลาล้างจาน หรือหากแช่น้ำในอ่างก็พยายามอย่าให้เล็บแช่น้ำนาน ๆ หรือหากคุณหลีกเลี่ยงไม่ให้เล็บโดนน้ำไม่ได้ เช่น ต้องล้างมือบ่อย ๆ ก็ต้องซับมือและเล็บให้แห้ง แล้วทาครีมบำรุงทันที

2. อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ

การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ ถือเป็นวิธีดูแลสุขภาพที่เราทุกคนไม่ควรละเลย เพราะเมื่อร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอแล้ว ทุกระบบในร่างกายก็จะทำงานได้อย่างเป็นปกติ อวัยวะทุกส่วนแข็งแรง รวมถึงเล็บด้วย แต่หากร่างกายขาดน้ำ จะทำให้เล็บเปราะ บาง แตกหักง่าย คุณจึงควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายชุ่มชื้น เล็บแข็งแรง

3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเล็บให้ดี

สำหรับคนที่ชอบทาเล็บ หรือทำทรีตเมนต์บำรุงเล็บ ควรเลือกยาทาเล็บ น้ำยาล้างเล็บ และผลิตภัณฑ์บำรุงเล็บให้ดี ควรเลือกยาทาเล็บแบบปลอดสารเคมีอันตราย และน้ำยาล้างเล็บแบบไม่มีอะซิโตน (Acetone) หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมีรุนแรง เพราะยิ่งใช้จะยิ่งทำร้ายเล็บจนอ่อนแอลงได้

และหลังล้างเล็บแล้ว แนะนำให้พักเล็บอย่างน้อย 1 อาทิตย์ อย่าทาเล็บติดต่อกันตลอด เล็บจะได้มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เสียหาย

4. อย่าทำเล็บเจลหรือเล็บอะคริลิกบ่อยๆ

แม้การทำเล็บเจลหรือเล็บอะคริลิกจะดูสวยงาม และสามารถอยู่ได้นานกว่าการทาเล็บด้วยยาทาเล็บปกติ แต่หากทำบ่อยๆ ก็สามารถทำให้เล็บของเราพังได้ ทั้งทำให้เล็บเปราะ เล็บบาง และเกิดเล็บเหลือง

ฉะนั้น หากคุณอยากทำเล็บเจลหรือเล็บอะคริลิกโดยที่ไม่ทำร้ายเล็บมากเกินไป ก็ควรทำแค่นานๆ ครั้ง ต้องพักเล็บบ้าง และต้องคอยหมั่นเช็กใต้เล็บด้วยว่าเกิดเชื้อราหรือไม่

5. อย่าไว้เล็บยาวเกินไป

หลายคนอาจไม่รู้ว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เล็บของคุณไม่แข็งแรงก็คือ การไว้เล็บยาวเกินไป เพราะเล็บยิ่งยาว ก็ยิ่งเสี่ยงฉีกหักได้ง่ายเวลาคุณหยิบจับอะไร ความยาวเล็บที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 2-3 มิลลิเมตร อย่าตัดเล็บให้สั้นกุดเกินไป เพราะคุณอาจไปกระแทกกับอะไรจนเลือดออก หรือติดเชื้อได้

6. อย่าลืมทาครีมบำรุงเล็บด้วย

อีกหนึ่งวิธีดูแลเล็บให้แข็งแรงที่ง่ายแสนง่ายแต่คนส่วนใหญ่มักไม่ได้ทำก็คือ การทาครีมบำรุงเล็บ บางคนอาจจะแค่ทาครีมบำรุงมือโดยลืมทานวดครีมที่เล็บด้วย หรือไม่บางคนก็ไม่เคยทาครีมบำรุงมือและเล็บเลย ฉะนั้น หากอยากให้เล็บมีสุขภาพแข็งแรง คุณก็ต้องหมั่นทาครีมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเล็บ โดยเฉพาะหลังล้างมือ

7. เปลี่ยนวิธีตะไบเล็บ

คนส่วนใหญ่เวลาตะไบเล็บจะชอบตะไบแบบถูไปถูมา ซึ่งเป็นการทำร้ายเล็บโดยที่คุณไม่รู้ตัว วิธีตะไบเล็บที่ถูกต้องคือ คุณต้องตะไบไปทางเดียว และอย่าตะไบบริเวณข้างเล็บมากเกินไป เพราะสามารถทำให้เล็บอ่อนแอลงได้เช่นกัน

8. เล็บอ่อนแอมาก ต้องลองเปลี่ยนยาสระผมดู

หากช่วงไหนที่เล็บของคุณอ่อนแอสุดๆ นั่นอาจมีสาเหตุมาจากยาสระผมที่คุณใช้ก็ได้ ยาสระผมส่วนใหญ่มีคุณสมบัติในการชำระล้างสิ่งสกปรกและความมันออกจากเส้นผมและหนังศีรษะ

เวลาที่คุณใช้มือสระผม น้ำมันตามธรรมชาติที่ช่วยบำรุงเล็บคุณจึงอาจโดนขจัดทิ้งไปด้วย เล็บเลยอ่อนแอลงและเปราะหักง่ายขึ้น ให้คุณลองเปลี่ยนยาสระผมที่ใช้สัก 2-3 สัปดาห์ โดยเลือกยาสระผมสูตรธรรมชาติ หรือสูตรอ่อนโยน แล้วเล็บคุณก็จะแข็งแรงขึ้น

9. ปรึกษาคุณหมอ

หากคุณลองทำตาม วิธีดูแลเล็บให้แข็งแรง ที่เราแนะนำข้างต้นแล้ว 2-3 สัปดาห์ แต่เล็บก็ยังไม่ดีขึ้น เราแนะนำให้คุณปรึกษาคุณหมอ เพราะหากว่าที่เล็บอ่อนแอนั้นเป็นเพราะปัญหาสุขภาพแอบแฝงหรือไม่ และต้องดูแลรักษาเล็บอย่างไรถึงจะเหมาะสม

สูตรดูแลเล็บให้แข็งแรงด้วยน้ำมะนาว

สูตรดูแลเล็บให้แข็งแรงด้วยน้ำมะนาว

“มะนาว”  มีคุณสมบัติที่ดีต่อเล็บหลายประการ ทั้งกรดอ่อน ๆ ทำให้เล็บมีสีขาวอมชมพู น้ำมันจากเปลือกมะนาวและวิตามินซีช่วยบำรุงเล็บให้แข็งแรง เงางาม ไม่เปราะหักง่าย ซึ่งการดูแล บำรุงเล็บมือนั้นก็ไม่ยาก ไม่ต้องเข้าสปาเล็บให้เสียเงินแพง ๆ

สูตร 1 น้ำมะนาว + น้ำส้มสายชู : แก้ปัญหาเล็บเหลือง

ล้างมือให้สะอาด เช็ดให้แห้ง จากนั้นเทน้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงไปในอ่าง แช่ปลายนิ้วมือลงในน้ำมะนาวนานประมาณ 5 นาที แล้วยกมือขึ้น เติมน้ำส้มสายชูลงไปอีก 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำอุ่นประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มจุ่มส่วนผสมที่ได้นำมาขัดเล็บให้ทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำวันละ 1 ครั้ง เล็บจะค่อย ๆ ขาว ใส ดูสุขภาพดี

หรือใครไม่มีน้ำส้มสายชู ก็สามารถใช้เปลือกมะนาวที่บีบใช้แล้ว โดยนำเปลือกมาครอบบนตัวเล็บ (เอาด้านเนื้อมะนาวเข้าหาตัวเล็บ) จากนั้นก็ถูไปมาให้ครบทุกเล็บ และปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วค่อยล้างออก หากทำติดต่อกัน 3 วัน เล็บที่หมองหรือเป็นสีขุ่น ๆ ก็จะค่อย ๆ ใสขึ้นเรื่อย ๆ

สูตร 2 น้ำมะนาว + น้ำมันมะกอก : บำรุงจมูกเล็บให้นุ่ม เพิ่มความแข็งแรงให้เล็บ

ผสมน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะคนให้เข้ากัน นำสำลีลงไปจุ่มให้ชุ่ม แล้วนำมาพันไว้รอบ ๆ ปลายนิ้ว ทิ้งไว้ 10 นาที ทำวันละ 1 ครั้ง หากเล็บเปราะบางมากให้ทำวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น เล็บจะค่อย ๆ แข็งแรงขึ้น 

สูตรดูแลเล็บให้แข็งแรงด้วยน้ำมะนาว

สูตร 3 น้ำมะนาว + เกลือ : ซึมลึกเข้าบำรุงผิวหนังใต้เล็บ

ผสมน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะกับเกลือเล็กน้อย คนให้เข้ากันจากนั้นใช้แปรงสีฟันขนนุ่มจุ่มส่วนผสม นำมาขัด เล็บ ให้ทั่วทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกที่ซ่อนอยู่ภายใต้เล็บและช่วยบำรุงผิวหนังใต้เล็บด้วย

หมั่นทำเป็นประจำเพื่อให้สุขภาพเล็บและผิวหนังบริเวณเล็บมีสุขภาพดี ทำให้ไม่ว่าจะทาเล็บ หรือเพ้นท์เล็บมา จะทำให้มือเรานั้นสวยน่ามองมากขึ้น

แนะนำ 8 พัดลมระบายความร้อนในเคสคอมพิวเตอร์ รู้หรือไม่ว่าเมื่อคอมพิวเตอร์มีการทำงาน หรือทำการประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ หน่วยประมวลผลกลางจะทำงานและทำให้เกิดความร้อนขึ้น ซึ่งถ้าหากไม่มีการระบายความร้อนออกจากตัวซีพียู จะทำให้เกิดการโอเวอร์ฮีต หรือ อาจทำให้ซีพียูไหม้ได้ ดังนั้นระบบระบายความร้อน จึงมีความสำคัญต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : 8 สถานที่ท่องเที่ยวเปิดใหม่ ในเมืองไทย รีบไปเช็คอินก่อนใคร!